น้ำมันปลา ได้จากการสกัดน้ำมันในส่วนต่างๆ ของตัวปลา โดยเลือกปลาในเขตหนาวและเป็นทะเลเฉพาะในน้ำลึกเท่านั้น ซึ่งปลาทะเลน้ำลึกจะทนต่อแรงกดดันของมหาสมุทรสูง ปลาจึงสร้างผิวหนังที่หนากว่าปลาทั่วไปที่อาศัยในแทบน้ำตื้น ได้น้ำมันปลากมากกว่าและมีคุณภาพสูงอุดมไปด้วยกรดไขมันจำเป็น โอเมก้า 3 ซึ่งประกอบไปด้วยกรดไขมันสามารถนำไปเสริมสร้างผิวหนังทำให้ผิวหนังมีความยืดหยุ่นสูง จึงเป็นที่มาของความสวยความงาม ผิวดูอ่อนกว่าวัย ได้แก่ EPA(อีพีเอ) และ DHA(ดีเอชเอ)
Eicosapentaenoic Acid (EPA) เป็นสารรักษาการอักเสบที่ทรงพลัง มีประโยชน์กับซ่อมแซมในส่วนที่สึกหรอของผิวหนัง ลดเลือนริ้วรอยเหี่ยวย่น จุดด่างดำ รวมถึงภาวะสิวอักเสบและปกป้องผิวหนังจากการแผ่เผ่าของรังสียูวีจากแสงแดด และช่วยลดระดับไขมันโคเลสเตอรอล(LDL) ลดไขมันไตรกลีเซอร์ไรด์ หรือไขมันชนิดเลว ลดความหนืดของเลือดทำให้ป้องกันการอุดตันของหลอดเลือด ซึ่งเป็นกลุ่มเสี่ยงการอุดตันของหลอดเลือดหัวใจเป็นปัญหาทำให้การโรคหัวใจวายอย่างเฉียบพลัน นอกจากนี้ EPA ยังช่วยลดการรวมตัวของเกร็ดเลือดในสมองจึงช่วยลดอาการไมเกรนลงได้ EPA ยังช่วยลดอาการปวดอักเสบจากข้อเสื่อม และข้ออักเสบรูมาตอยด์อีกด้วย
Docosahexaenoic Acid (DHA) เป็นองค์ประกอบสำคัญของเซลล์สมอง โดยพบสูงสุดถึง 40% ของกรดไขมันในสมองทั้งหมด และพบในเนื้อเยื่อชั้นในสุดของดวงตาหรือจอเรตินา DHA ช่วยเสริมสร้างการเจริญเติบโตของเซลล์สมองและสายใยนำกระแสประสาทของเซลล์สมอง(เดนไดรท์) DHA เป็นสารที่จำเป็นต่อการพัฒนาและการทำงานของสมองและระบบประสาทส่วนกลางและสายตา ช่วยเสริมสร้างการพัฒนาการเรียนรู้ เสริมสร้างความจำ เสริมสร้างระบบสายตาให้ทำงานอย่างมีประสิทธิ์ภาพ จำเป็นอย่างยิ่งสำหรับทุกวัยและทุกๆการเจริญเติบโตของร่างกาย เหมาะสำหรับคนที่ทำงานใช้สมองหนัก จอกหน้าจอคอมพิวเตอร์ทั้งวันหรือบ่อยๆ ลดความเสื่อมของสมองและโรคหลงลืม(อัลไซเมอร์) ในวัยผู้สูงอายุ




ไม่มีความคิดเห็น :
แสดงความคิดเห็น